Sk.Silky's profileSilky_M2 ~:[ Finding You...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 16

    วันหยุด ปิดเทอม บ้าน แม่

    วันหยุด ปิดเทอม บ้าน แม่
              เบือจัง ใกล้สอบแล้ว Project เพียบ ยังเคลียร์ไม่เสร็จซักตัวเลย เหอๆ อยากหยุดแล้ว อยากกลับบ้าน
              เทอมนี้กลับบ้านบ่อยมา บางครั้งก้กลับไปเองไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่บอกที่บ้าน กลับบ้านจนชินกลายเป็นว่าเริ่มติดบ้านติดครอบครัว ว้า!! แย่จริง แต่ว่าเราก็ต้องหอบหิ้วงานไปทำด้วยทุกครั้ง อยากจะมีเวลาที่ไม่ต้องหอบหิ้วงานไปทำบ้าง บางทีก็หิ้วงานไปแต่ไม่ได้ทำ ถึงอย่างนั้นใจก็ยังกังวล กลัวงานไม่เสร็จ ยิ่งเครียดยิ่งไม่ทำ เช่นเดียวกับตอนนี้ที่มานั่งพิมพ์อยุ่นี่ เครียด ไม่ทำ เบื่อ เซ็ง อยากจะบ้า อยากหยุดแล้ว อยากสอบแล้ว อยากปิดเทอมแล้ว อยากกลับไปหาแม่หาน้อง กลับไปเรียนขับรถ ส่งแม่ไปทำงานคิดถึงบ้านจัง...
    ต้องปั่นงานแล้วสินะ...
     
    ปล. เขียนอะไรไม่รู้เรื่องไร้แก่นสารอีกละ
    ปล.2 แค่อยกจะบอกว่าเหนื่อยแล้ว อยากกลับบ้าน 
     
     
    July 25

    เพื่อน/Tim Burton Again

    เพื่อน
             
                                                                 เพื่อนเอ๋ย ก่อนเคยเดินทางร่วมฝัน
                                                       เส้นทางสายนั้นเดินด้วยกัน
                                                       ฟันฝ่าสร้างสรรค์ ร่วมทาง
                                                       เพื่อนเอ๋ย ก่อนเคยนั่งลงเคียงข้าง
                                                       เป็นห่วงเป็นใยไม่จืดจาง
                                                       บ่นทุกข์ท้อบ้าง แต่ไม่ห่างไกล
                                                       เพื่อนเอ๋ย ก่อนเคยช่วยกันคว้าไขว่
                                                       สองเท้าก้าวพร้อมกันไป
                                                       มือเกี่ยวก้อยไว้ จับกัน
                                                       เพื่อนเอ๋ย ก่อนเคยสุขสันต์
                                                       เธอฉันสร้างสิ่งอัศจรรย์
                                                       พันธะเรานั้นตลอดกาล
                                                       เพื่อนเอ๋ย เหตุใดเราจึงหักหาญ
                                                       บูดเบี้ยวใส่กันทำพาล
                                                       หมางเมินหยาบกร้าน ปวดอุรา
                                                                 เพื่อนเอ๋ย เพื่อนจำได้ไหม
                                                       วันเก่าพวกเรานั้นไง
                                                       ช่างสุขสดใส เธอไม่มองมัน
                                                       เพื่อนเอย เช่นนี้หรือเพราะตัวฉัน
                                                       ตัวฉันไม่ดีหรือไรกัน
                                                       เหตุใดเธอนั้นไม่นั่ง พูดคุย
                                         เพื่อนเอ๋ย รู้มั้ยต้องระทมทุกข์       ความสุขที่มีเลือนหาย
                               เว้าวอนว้าเหว่เดียวดาย                        ห่างกายห่างใจห่างกัน
                               เพื่อนเอ๋ยหากมันมิเป็นเพียงฝัน              อีกครั้งได้ไหมพูดคุยพลัน
                               เธอลองนั่งลงข้างข้างฉัน                     ผิดใจอะไรนั้นบอกที
                               ขอเถิด ขอนะ คนดี                             ก่อนเวลาผันผ่านจากนี้
                               ช่วยปรับความเข้าใจที่มี                       เพราะฉันนี้ไม่อยากเสียเธอไป
                           
    โดย SK.Sil_M2/Silky_M2

              ดีแล้วหรือที่เราปล่อยให้เวลาผันผ่านไปเช่นนี้ ฉันเห็นพวกเขาผิดใจกัน เฉกเช่นเดียวกับในอดีตของฉัน รู้สึกปวดใจแทน เสียดายสิ่งที่พวกเขาทิ้งไปกับกาลเวลา เช่นเดีียวกันกับที่ฉันทิ้ง เพราะพวกเขาทำเหมือนฉัน แต่ตัวเอกของเรื่องเหล่านั้นไม่ใช่ฉัน ฉันจึงเสียดาย ฉันเป็นเพียงผู้ที่เฝ้ามองดูพวกเขาอยู่ภายนอก ฉันก็พูดได้ หากแต่เป็นตัวของฉันเองแล้ว เขากับฉันคงไม่ต่างกัน เพราะอะไรนั้นหรือ?? อย่าเลย ฉันจะไม่บอกว่าเพราะใคร แต่มันเป็นเพราะตัวฉัน ตัวฉันไม่กล้าที่จะเดินไปเปิดประตูบานนั้น เพราะกลัวเหลือเกินที่จะได้พบเจอกับเสียงร้องโห่ฮา กลัวที่จะต้องพบว่าสิ่งที่คาดหวังไว้ไม่เป็นจริง ตัวฉันจึงปล่อยให้เวลาผ่านไป ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมา ทั้งรู้ทั้งเสียดาย และทั้งเข้าใจพวกเขา เพราะมันคงไม่ต่างกับฉัน


    Tim Burton Again

    Alice In Wonderland

    PhotobucketPhotobucket

              หนังอีกเรื่องหนังของทิมเบอร์ตัน กรี๊ดดดดดดดดดดด....อยากดูมาก อยากดูสุดๆ งานนี้เฮียจอห์นนี่ เดปป์ ก็ตามป๋าทิมไปเล่นอีกแว้ว อ้ากกกกก...เมื่อสองไอดอลของเรามาจับมือกันอีกครั้งแล้วจะให้เราพลาดได้อย่างไร อยากดูมาก โอ้เลือดพุ่งปรี๊ดดดดดดดดดด....ตอนนี้เราอยากสะสมผลงานทุกเรื่องของทั้งสองคนนี้เลยเชียวหละ ขาดแต่ไม่มีงบประมาณ(ที่จริงก็มีนะนี่ แต่ความเกลือทะเลมันติดคอ เหอๆ เลยไม่ได้สะสมซะที)


    July 10

    เรื่องดีใจที่น่าใจหาย

    เรื่องดีใจที่น่าใจหาย
     
              เช้านี้ก้เหมือนทุกๆวัน ตื่นก่อนคนอื่นเขา มองดูรอบๆตัว เฮ่อ...หลับปุ๋ยอินทรีย์กันหมด และก็เหมือนทุกๆวัน ปีนลงจากชั้น 2 ของเตียง เปิดคอม เข้าห้องน้ำ นั่งอยู่ห้าคอม ฟังเพลง เล่นเน็ต วาดรูป ทำงาน ทำมันทุกอย่างสลับไปสลับมา แทะข้าวโพด(ข้าวโพดสมัยนี้มันใส่ยาบ้ากันทุกร้านเลยรึไงนะ) เล่นไปเรื่อยๆจนเกือบะ 8 โมงก็ได้เวลาปลุกเพื่อนๆไปเรียน บอกให้ลุกไปอาบน้ำทีละคนเหมือนทุกวัน(แต่เรื่องปลุกเพื่อนนี่ไม่ทุกวัน แวแต่อารมณ์อันสุดแสนจะแปรปรวน)
              ที่แปลกคือ วันนี้เจ้าหม่อนเด้งจีทอร์กมาด้วยข้อความยาวเหยียด อ่านวรรคแล้วแล้วก็แอบคิดในใจ มันเพี้ยนอะไรของมันฟะ "หวัดดีค่ะ น้องทั้งสองคน" ไอ้เรารึก็นึกว่าคำนี้แทนตัวเรากับเจ้ามะเหมี่ยว ว่าแล้วก็อ่านวรรคถัดมาถึงได้เข้าใจ
     
              หวัดดีค่ะ น้องทั้งสองคน ตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการของจีนออกหนังสือรับรองมาให้แล้วนะค่ะ เอกสารส่งมาที่ออฟฟิตพี่แล้ว ดังนั้นให้น้องทั้งสองเตรียมตัวดังนี้ค่ะ

              1.วันอังคารที่ 14สิงหาคม เวลา 10.00 น ให้มาพบพี่ที่ออฟฟิตที่อยู่ตามนี้ค่ะ 111/184 สุขุมวิท 105 ซอยลาซาล 32 หมู่บ้านเฮปปี้แลนด์วิว (ถ้ามาไม่ได้หรือเปลียนแปลงอย่างไรแจ้งพี่ให้ทราบด้วยค่ะ)
              2.จะได้เอาเอกสารจากกระทรวงศึกษาธิการให้ค่ะ และจะแจ้งเรื่องการทำวีซ่า การเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน ตลอดจนการเตรียมตัวค่ะ
              3.พาสปอร์ตมีแล้วหรือยัง เมื่อไหร่หมดอายุ
              4.น้องทั้งสองนัดกันและให้มาพร้อมกันนะค่ะ และนำผู้ปกครองหรือคุณพ่อคุณแม่มาด้วยค่ะ
              5.เตรียมเงินค่าธรรมเนียมมาคนละ 8000 บาทค่ะ
    รายละเอียดต่างๆจะแจ้งให้ทราบตอนนี้พบกันนะค่ะ

    พี่เกษ
     
              อึ้งไปซักพัก...เอาหละหลุดจากอาการอึ้ง รู้ทั้งรู้ว่าสักวันหนึ่งสิ่งนี้ก็ต้องมาถึง นี่คือจดหมายตอบรับที่ทางมหาวิทยาลัยของหม่อนส่งมาแจ้งว่าหม่อนสามารถไปเรียนต่อที่จีนได้แล้ว รู้สึกใจหายแว่บไปอยู่ที่ตาตุ่ม พี่ชายคนเก่งจอมกวนของเราจะได้ไปอยู่ที่ประเทศจีนแล้ว เย้!เย้!ยะฮู้! คนในครอบครัวคนแรกที่ได้ออกสู่ต่างประเทศ ได้ทุนเรียนที่ประเทศจีน ยอดเยี่ยมมากเจ้าหม่อน ใจหนึ่งของเรากระโดดโลกเต้นเหมือนเต้นเบรกแดนซ์(ซึ่งจริงๆเราเเต้นไม่เป็น) แต่อีกในหนึ่งกลับห่อเหี่ยวและโศกเศร้าอยู่ในมุมๆหนึ่งที่มืดทึม คงได้คิดถึงน่าดู เพราะเจ้าหม่อนต้องไปเรียนถึง 2 ปี กว่าจะได้กลับมา ไม่ได้เหมือนกับเราที่เรียนอยู่ไกลก็จริง แต่ก็ในประเทศไทย กลับบ้านได้บ่อยๆเท่าที่อยากจะกลับ แต่จีนนี่มันไกลมาก ต้องนั่งเครื่องบินไป จะกลับมาบ่อยๆก็คงไม่ได้ จะว่านานๆครั้งก็คงไม่ได้ หม่อนอาจจะกลับมาได้เมื่อเรียนจบ ในหัวอื้ออึงไปหมด ถ้าไม่มีพี่ชายคนนี้แล้ว จะมีใครคอยทำให้เราตกใจในวันเกิดของเราบ้างมั้ยนะ จะมีใครคอยดูแลสวนหน้าบ้านที่ทุกคนขยาดมั่งมั้ยนะ ใครจะพาเจ้าตัวเล้กตัวน้อยไปส่งร้านหมอกับร้านตัดขน ใครจะทำกับข้าวอยู่ในครัวด้วยเมนูแปลกประหลาด ใครจะคอยตกตะลึงเมื่อฉันกลับบ้านโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และสามพี่น้องจะรวมตัวดูอนิเมชั่นได้อย่างไร มันจะสนุกที่สุด ถ้าเราสามคนดูด้วยกัน คิดแล้วเจ้าอีกใจหนึ่งในมุมมืดก็ได้แต่ก้มหน้าเหลือบมองอีกใจที่ยังกระโดดโลดเต้น ไม่รู้จะทำอย่างไร แก้ไม่หาย นิสัยกลัวอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
              ถามหม่อนไปว่าจะได้ไปเมื่อไหร่ หม่อนก็ตอบมาว่าประมาณเดือนกันยา อืม...เดือนกันยารึ?? หม่อนรับปริญญาก็ 29 กรกฎา เราอาจจะไปไม่ได้เพราะติดสอบ แล้วยังต้องไปจีนเดือนกันยา เมื่อไหร่ล่ะ วันไหนของเดือนกันยา หลังวันที่ 20 ได้มั้ย หลังวันเกิดหม่อน อยากเลี้ยงวันเกิดหม่อน อยากเลี้ยงวันเกิดในวันเกิด ไม่ใช่การจัดล่วงหน้า แต่ถ้าไม่ได้จริงๆก็ต้องตามนั้น เราเป็นคนที่ถือเรื่อง ขอพรในวันเกิดดีที่สุด แกะกล่องของขวัญในวันเกิดดีที่สุด มีความสุขที่สุด อยากให้ไปหลังจากนั้น มันจะได้มั้ยนะ...คิดแล้วก็ใจหาย ถ้าไม่ได้ก็ต้องตามนั้น ตามโชคชะตา ขอแค่ให้เพี่ตัวดีมีความสุขที่สุดแล้วกัน
              ฮ่า...กลับมาที่ความกระโดดโลดเต้น หม่อนไปจีนท่าทางคงได้ขนของยกใหญ่ บอกเจ้าหม่อนไปว่าให้ตุนมาม่าไปด้วยเยอะๆ เพราะเห็นคนไทยหลายคนไปต่างประเทศแล้วบ่นอยากกินมาม่าแต่ไม่มีขาย อีกอย่าง เรารู้สึกว่าอาหารจีนไม่ค่อยถูกปาก แต่ก็ไม่รู้นะ เพราะเราก็ไม่ค่อยได้กิน อ้อต้องกระตึกน้ำร้อนด้วย ตัวที่เรามีอยู่นี่ต้มน้ำเร็วมาก แล้วไหนจะเสื้อกันหนาวอีก เพราะที่นั่นหนาวมาก ใกล้ๆรัสเซีย เจ้าหม่อนจะเอาเสื้อกันหนาวแบบไหนไปนะ ได้เป็นแพนด้าหิมะแน่เลย ฮ่าฮ่า อย่างน้อยก็อยากจะไปส่งเจ้าหม่อนที่สนามบินแฮะ
              ต้องไปให้ได้เลย....
    July 06

    ขีเกียจเกาะหัว ทั้งตัวขึ้นขน

    ขีเกียจเกาะหัว ทั้งตัวขึ้นขน

              กรี๊ดกร๊าดๆ กรี๊ดกร๊าด กระเทยหน้าตาดีกรีดร้องไปทั่ว(ในใจ) ก็จนป่านนี้ผ่านไปตั้ง....1 2 34....ช่างมันเหอะ หลายวันแล้วละกัน งานของท่านไหมก็ยังมิได้กระเตื้องไปถึงไหนเลย ในใจยังคงสับสนจากความคิดเห็นจากอาจารย์ ตัวเลือกระหว่างความชอบในเนื้อเรื่องกับภาพที่ตรงConcept อา...ไปตามใจฝันหรือความถูกต้องดีหนอ คิดไม่ตก
              ด้วยเหตุประการข้างนนี้เลยทำให้งานไม่ได้กระดึ๊บไปไหนเลย แย่จัง แล้วไหนยังจะหนังอีก โหลดหนังกระจายอ่ะ โหลดแล้วก็นั่งดูหนังต่างทีวีซะงั้น ดูทั้งวัน ทำตัวแบบหายใจทิ้งไปวันๆ กิน นอน ดูหนัง กิน นอน ดูหนัง วัฏจักรอุบาทว์มากมาย
              ช่วงนี้เพื่อนๆมาถามกันบ่อยๆว่ากลับบ้านยังๆ อ่ะนะ ก็เพื่อนๆเขากลับกันเเกือบหมดหอเลยนี่นา หยุดหลายวัน แต่เราไม่ได้กลับ กลัวงานไม่เสร็จ แต่ว่าก็ไม่ทำ เหอๆ ชั่วร้ายแบบสุดๆ เมื่อวานนี้ก็เลยไปเดินเที่ยวซื้อของมากับเจ้าหมาทรายที่หัวหิน เหอๆ ขอติดรถไปกับพ่อแม่ของหมิวเซี่ยม ได้กินฟูจิด้วย(แม่หมิวเลี้ยง) อาหย่อยมากมาย ตอนที่ดูเมนูก็คิดไปว่าอยากกลับไปเลี้ยงเจ้าเหมี่ยวกับเจ้าหม่อนมั่ง ที่จริงแล้ว ถ้าเราสั่งอาหารชุด แค่ 800-1000 ก็น่าจะพอ แต่เหมือนเจ้าหม่อนเคยบอกว่าไม่พอ(ก็อย่าสั่งของกินเล่นสิย้าาาาาา....) ไว้คราวหลังลองพาเจ้าสอง M ไปกินมั่งดีกว่า กินจนอิ่ม แต่เจ้าหมาทรายงี้จุกเลย 555+ อาหารชุดนี่ทำให้อิ่มได้ทุกสถานการณ์แฮะ กินฟูจิแล้วเราก็เดินซื้อของต่อที่โลตัสกับเจ้าหมาน้อย หมิวก็ไปดู Tranformer II กับพ่อแม่ เราดูแล้ว ส่วนเจ้าหมาน้อยรอแผ่นออก เหอๆ ไม่ได้มาเดินซื้อของกับเจ้าหมาน้อยนี่นานเท่าไหร่แล้วนะ เดินหาของให้น้องกับหลานกันซะทั่วห้าง แต่ก็ยังได้ไม่ครบ ซื้อเสบียงเล็กน้อย เพราะที่ห้องก็มีกินจนไม่หวาดไม่ไหว เราชอบซื้อมาม่ามาดองไว้ แล้วก็ไม่กิน = = ซื้อคุกกี้หมีพูกับลูกอมถุงมาฝากเจ้าข้นหวานน้องเทค แต่มารู้ทีหลังว่าคุกกี้มันหมดอายุแล้วซะงั้น เวงแท้... ได้บทเรียนเลยทีเดียว ต่อไปเวล่ซื้อของ อย่างแรกที่จะดูเลยคือวันหมดอายุเลยหละ(คุกกี้กระป๋องยิ่งแพงๆอยู่ ชิ)
              ตกเย็นหมิวดูหนังเสร็จ แม่หมิวพาไปเลี้ยงสเวนเซ่น โอ้ ฟูจิยังทำเจ้าหมาจุกไม่หาย แต่ก็จะกินต่อ สั่งกันคนละถ้วย ครั้งนี้เราไม่สั่งสตอเบอรี่แล้ว แต่สั่งเวรี่สตอเบอรี่แทน(แอบคิดในใจมันต่างกันตรงไหนฟะ ตรงที่แบบเวรี่มันมีเนื้อสตอเบอรี่ด้วยรึเปล่าเนี่ย) อิอิ แล้วก็กลับบ้าน เอ้ย กลับหอพัก วันนี้เป็นวันที่เที่ยวสนุกที่สุดในรอบปีนี้เลยมั้ง(นับตั้งแต่ มกราคม - ปัจจุบัน นะ)
              ว่าแล้วก็กลับถึงบ้าน(ขอเรียกมันว่าบ้านละกัน) เอาของใส่ตู้เย็น เอากางเกงที่ซื้อมาใหม่ก่อนกลับมาลอง ว่าแล้วก็...ใส่ไม่ได้ฟ่ะ เล็กไป แง๊ๆๆๆๆ ไม่เป็นไร เก็บไว้ตัดต่อเพิ่มขนาดเอาเองก็ได้ แต่ต้องไปหาผ้าก่อนละ เอ้า เอ้า! กลับสู่โลกแห่งความจริง งานยังรออยู่ ขณะเดียวกันก็กลับสู่วัฏจักรอุบาทว์ไปด้วยในตัว เหอๆ นั่งดูหนังกัน หนังที่ตั้งนานกว่าจะโหลดได้ หนังเกาหลี Frozen Flower หนังเกย์ที่ทำให้เจ้าไหมแอบคิดในใจว่า ตกลงกษัตริย์เกาหลีมันมีแต่เกย์รึไงฟะ(เป็นแค่ความคิดอ่ะนะ) เรื่องนี้ก็โศกนาฏกรรมอีกแล้ว...

    ปล. อา...ทำไงให้ตัวขี้เกียจหายไปดีเนี่ย
    ปล.2 ตอนเดินผ่านเจียงลูกชิ้นปลา อยากเข้าไปสั่งซาลาเปากลับบ้านจัง แต่...กลัวไม่มีตังค์ช๊อบ
    ปล.3 วันนี้ใช้ตังไป 600 ก่า เปลืองฟ่ะ เดือนนี้จะอยู่รอดมะเนี่ย
     
    June 12

    ราตรีไม่ยาวนาน


    ราตรีไม่ยาวนาน

     
    ราตรีนี้ไม่ยาวนาน
    อา...ง่วงนอน
     
    April 08

    กทม. กรุงเทพมหานคร....

    กทม. กรุงเทพมหานคร....
              กทม. กรุงเทพมหานคร ตึกรามสูงใหญ่สลอน ไม่มีป่าดอนเหมือน ตจว.
              555+-*/ วันนี้เข้ากรุงเทพแล้ว เพราะวันนี้ต้องมาประชุมงานเป็นวันแรก(สำหรับเรานะ เพราะคนอื่นเขามากันตั้งนานแล้วอ่ะ เหอๆ มัวแต่อู้ล่ะสิเรา)
              เดินทางตั้งแต่ตีห้า ถึงกรุงเทพก็ตอนหกโมงเช้ากว่าๆ ด้วยความเร้วของรถกับแรงโกรธโกรธาของตาหม่อน อ่ะนะ ทะเลาะกันอีกแล้ว พี่น้องคู่นี้ ทั้งวันทั้งเดือนทั้งปี แต่ส่วนใหญ่ก็เพราะเราเองที่ชอบโมโหในเรื่องที่ไม่เข้าท่า งี่เง่า ขี้กลัวขี้กังวล ไม่รู้สมองจะคิดมากอะไรนักหนา มาถึงตึก CAT ตอนเกือบๆแปดโมง กว่าจะหาทางเข้าได้ เสียค่าโง่จอดรถไป 50 บาท เหอๆ อ่ะนะ ถือเป็นค่าเรียนรู้ละกัน บทเรียนประจำชีวิตสำหรับคนเข้าเมืองกรุง(บ้านนอกเข้ากรุง ยอมรับ ทำไมยะ ชิชิ) เจอฟ้าเป็นคนแรก ตามด้วยแตง แล้วก็อาจารย์ 
              อาจารย์พาไปดูที่พัก ขับรถวนไปวนมานานน่าดู ทางเข้าตรอกซอกซอยก็ดูจะลึกซะไม่มี เป็นซอยแคบๆ แอบคิดในใจ เวลาเดินออกมาทำงานนี่ท่าทางจะได้เดินจนขาลากเลยมั้งหว่าจะได้ขึ้นรถ หอพักเป็นห้องเล็กๆ มีตู้ใบนึก เตียงตัวนึง ฮ่าฮ่า สำหรับเราแค่นี้ก็ดีแล้วนะ เพราะเราอยู่ยังไงก็ได้ทั้งนั้นหละ (แต่การเดินทางผจญชะตากรรมจากหอมาที่ทำงานนี่ก็...อ่ะนะ ผจญกันต่อไป
              หม่อนมาส่งเราแล้ว แล้วหม่อนก็กลับไปแล้ว รู้สึกเงียบเหงานิดๆ อยากกลับบ้านเหมือนกนันนะ แต่ก็อยากอยู่ที่นี่เหมือนกันนะ ก็อย่างที่ว่านั่นหละ มนุษย์ไม่เคยพอ ได้อยู่ที่นั่นก็ไม่พอดี อยู่ที่นี่ก็ไม่พอใจ จะเอาอะไรกันแน่ เอาโลกทั้งใบมาปั่นรวมกันก็คงไม่ได้ เพราะคงไม่มีเครื่องปั่นไหนจะใหญ่เท่า ไม่มีใบมีดใบไหนจะแข็งพอ เดินตามเส้นชะตาลิขิตต่อไป ต่อไป และต่อไป อย่าได้ไปคิดมันให้มากนักเลย หนักหัวเปล่าๆ หนักสมองจะตาย เก็บเนื้อที่สมองไว้คิดโน่นคิดนี่ สร้างสิ่งดีๆออกมาดีกว่า "อย่าคิดมากกับชีวิต ให้คิดเอาง่ายๆ สบาย....ใจ" ฮ่าฮ่า เสาร์นี้ก็จะได้เจอพี่แล้วหละ เพราะต้องมาสงการนต์ ตอนนี้ ต้องทำงานให้ดีที่สุดก่อนหละหึหึหึหึหึ
       
             
    April 05

    ไม่มีชื่อเรื่อง

    ไม่มีชื่อเรื่อง
              ไม่มีชื่อเรื่อง เพราะยังนึกไม่ออกเลยว่าจะเขียนอะไร อยากเขียนนะ แต่ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร

              เคยกันมั้ย เปิดSpace ออกมาแล้วก็เิ่มจะพิมพ์ แต่เรื่องในหัวมันตีกันไปหมด ไม่รู้จะเขียนอะไรดี บางทีเขีนไปได้สักพักก็กดลบทิ้งเสียอย่างนั้น(แต่บางทีก็เกิดจากความโง่วของเราเอง เผลอไปกดโดนปุ่มอะไรเข้า เครื่องปิดเองเฉย โอเชจบข่าวทันที) ัน่น ว่าแล้วก็เพราะไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรเลยได้เป็นเรื่องขึ้นมาเขียนเลย เรื่องมันมีอยู่ว่า ไม่รู้จะเขียนอะไร จบ!

    February 27

    ลองมอง(ย้อนกลับไป)ดูซิเออ

    เปิดออกมาดูโดยไม่ตั้งใจ ว่าจะได้เจอรูปเก่า
    อยู่ในวันเวลาที่สดใส วันที่มีเราข้างกัน
    ภาพเดิมๆก็หวนมา เปลี่ยนเวลากลับไปวันนั้น
    ใจก็เหมือนสั่นๆ เกือบลืมกันแล้ว

    ต่างเดินกันไปตามทางของใคร แยกไปค่อยๆไกลห่าง
    อยู่ดีๆวันนึงก็จางหาย คลาดกันโดยไม่รู้ตัว
    แต่เรื่องราวที่สวยงาม อยู่อย่างเดิมไม่เคยหมองมัว
    ในหนังสือเก่าๆ หนังสือรุ่นเราเล่มนี้

    รูปเธอยังยิ้ม ข้างเธอคือฉัน
    เพ่งมองดูนานๆ น้ำตาก็มาคลอๆ
    กี่ปีมาแล้ว เธอเป็นยังไงบ้างหนอ
    ค่อยๆลืมเลือนกันไป
    ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
    เรื่องราวเหล่านั้นจึงจบลง

    รูปเธอยังยิ้ม ข้างเธอคือฉัน
    เพ่งมองดูนานๆ น้ำตาก็มาคลอๆ
    กี่ปีมาแล้ว เธอเป็นยังไงบ้างหนอ
    ค่อยๆลืมเลือนกันไป
    ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน
    เรื่องราวเหล่านั้นจึงจบลง

    เปิดไปดูเบอร์โทรไม่เห็นมี ที่ลงไว้คือที่อยู่
    หยิบปากกาบรรยายในจดหมาย ว่าจำกันได้ไหมเธอ
    ที่อยู่เดิมที่เขียนไป หากเปลี่ยนแปลงก็คงไม่รู้
    ได้แต่หวังกันไป ความหลังคงไม่ตายจากเรา

     

              สับสน วุ่นวาย สัพเพเหระ แต่ไม่ได้มีความหมาย ไม่มีคุณค่ากับใคร ไม่มีคุณค่ากับอะไร และสุดท้าย ไม่ได้มัประโยชน์แม้กับตัวเอง เป็นอยู่อย่างนี้ แต่ค่อยๆน้อยลงๆ ฉันรู้สึกได้ ตัวฉันเริ่มดีขึ้นๆ ฉันสดใสขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ไม่รู้ว่าที่สดใสอยู่ตอนนี้คือระเบิดเวลาที่จะที่ยังไม่ถูกติดตั้งหรือเปล่า ในบางครั้งทั้งๆที่กำลังคิดว่าทุกอย่างดีขึ้นแล้ว อยู่ดีๆ ไหมที่เศร้าซึมก็กลับมาอีกครั้ง ร้องไห้ ซึมเศร้าเพียงลำพังในห้องมืดมิด

              นั่งมองสิ่งต่างๆรอบตัว ลึกๆของจิตใจก็เฝ้าถามตัวเอง ทำไมฉันจึงมานั่งอยู่ตรงนี้นะ มองกลับไปในไฟล์รูปถ่ายเก่าๆที่เคยมีอยู่ มองรอยยิ้มอาม่า(ก็ที่บ้านเราเรียกอย่างงั้นนี่นา) รอยยิ้มที่เราเคยเกลียด ถ่ายรูปทีไรยิ้มอย่างนี้ทุกที แต่ก็ยังรู้สึกได้ ความสุขของรอยยิ้มนี้ ความสุขของคนรอบข้าง มีคนห้อมล้อม มีคนเคียงข้าง แม้ตอนนี้ดูเหมือนอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวคนเดียวอะไรขนาดนั้น อยู่คนเดียวไม่ได้แปลว่าโดดเดี่ยว ตัวคนเดียวสิถึงจะโดดเดี่ยว ฉันไม่เชื่อว่าจะมีใครบนโลกนี้ที่ตัวคนเดียว นอดจากเขาจะสิ้นลมหายใจ ว่าไปนั่น...ออกนอกเรื่อง ไล่ดูรูปไปเรื่อยๆ น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็ร้องไห้ ขณะที่หัวเราะไปด้วยในใจ เป็นบ้า... ร้องไห้ เพราะสงสัยและหาคำตอบไม่ได้ว่าร้องไห้ทำไมวะ หัวเราะ เพราะอดีตที่มีความสุขในรูปถ่ายนั้นทำให้หัวเราะ ซึ่งมันก็เพิ่มความสงสัยให้หนักกว่าเดิมว่า แล้วร้องไห้ทำไมวะ?? สรุปคือ บ้านั่นเอง บ้าอยู่พักนึง เดี๋ยวเดียวก็หาย...หายแล้วก็เป็นใหม่ เป็นอย่างนี้บ่อยๆในเช้าเสาร์-อาทิตย์ เช้าวันหยุด เช้าวันที่เงียบเหงา ชินแล้ว รู้สึกสนุกดี สนุกกับหยดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด แล้วทุกอย่างก็จะจบลง เมื่ออาบน้ำ ต่งตัว เดินออกมาเจอแสงแดด เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    สรุป เป็นบ้า!

    สรุป ไม่เกี่ยวกับเพลงข้างบน

    สรุป ไม่เคยเขียนอะไรได้ตรงหัวข้อที่คิดไว้

    สรุป เขียนเรื่อยเปื่อย อยากเขียนไรก็เขียน ไม่เคยวางรูปแบบ ไม่ทางการ ไม่มีสาระ

    สรุป ว่าสรุป ว่าสรุป ว่าไหมเขียน จบ

    ตกลงมันมีสาระมั้ย(วะ)

    February 18

    ทำอย่างไรถึงจะมีความสุขนะ

    ทำอย่างไรถึงจะมีความสุขนะ
     
              คำถามที่กลับมารบกวนใจของเราอีกแล้ว ต้องทำยังไงนะถึงจะมีความสุข
    เป็นอย่างนี้มาหลายวันเหมือนกัน 555+ คิดถึงแม่ตอนเช้าๆ สงสัยอยากกลับบ้านหละมั้ง
    ใกล้จะวันเกิดเจ้าเหมี่ยวแล้ว แต่ก็คงไม่ได้กลับ เพราะทั้งมีงานทั้งใกล้สอบ
    ทำตัวเหลวไหลมามากพอแล้ว เลิกนะ...เลิกซะที...
              นั่น!! ว่าแล้วก็ออกนอกเรื่องไปไกล กลับๆๆๆๆ
    แล้วทำยังไงจะให้ตัวเองมีความสุขล่ะ
    มันไม่อยากหรอก เพียงแค่เปลี่ยนคำที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเพียงคำเดียวเท่นั้นเอง
    เปลี่ยนจากคำว่า "แค่" เป็นคำว่า "ตั้ง"
    ทำไมเราถึงมีเงินแค่เท่านี้นะ ---> ทำไมเรามีเงินตั้งเท่านี้นะ เห็นมั้ย เงินเยอะขึ้นแล้ว
    ทำไมเวลาเราเหลือแค่นี้นะ ---> เวลาเราเหลือตั้งเท่านี้นะ นั่น! เวลาเพิ่มขึ้น
    คำพุดแค่กลับไปกลับมามันก็เปลี่ยนแปลงความหมายไปมากมาย
    อา...ปรัชญาจริงวันนี้ แต่บางทีการแทนคำว่า แค่ดั้งคำว่าตั้งมันก็ไม่ดีเสมอไป 555+
    ทำไมเรามีการบ้านแค่นี้นะ ---> ทำไมเรามีการบ้านตั้งเท่านี้นะ นั่นการบ้านเยอะขึ้นแล้ว
    เฮ้ย! ไม่เอา! น้อยๆอ่ะดีแล้ว
     
    เหอๆ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเราต้องรู้จักปรับเปลี่ยน มองโลกในแง่บวก
    เข้าเมืองตาหลิ่วถือตะหลิวตาเหล่ เฮ่ย! ไม่ใช่ละ
     
    อย่าคิดมากกับชีวิต แค่คิดเอาง่ายๆ เพียงแค่สนุกพอใจ แม้ใครว่าไง
    (อิอิอิ เพลงเขาเราก็เอามาร้องมั่ว)
     
    สุดท้าย รักนะ จุ๊บๆๆ
    "บอกใครฟะ"
    "บอกตัวเองไง บอกคนที่เรารักด้วย"
     
    January 16

    Pan's Labyrinth

    Pan's Labyrinth

              หนังเก่าๆอีกเรื่องหนึ่งที่พยายามหามาดู แล้วก็ได้ดู หนังแนวแฟนตาซี แฟรี่ เจ้าหญิง เทพนิยายที่เหมือนจะชักชวนให้เด็กๆดู แต่เท้จริงแล้วแฝงไปด้วยความโหดร้ายของไฟสงครามและความเป็นจริง

              เรื่องราวของโอฟิเลีย เด็กหญิงที่ต้องเดินทางไปกับ คาร์เมน มารดาที่กำลังตั้งครรภ์ เพื่อไปอยู่กับกัปตันวิดัล สามีใหม่ของแม่ ในเขตชนบน ตอนเหนือของสเปนตอนปี 1944 หลังการได้รับชัยชนะของฟรานซิสโก ฟรานโก
              โอฟิเลียได้สร้างโลกในจินตนาการของตนและอยู่กับมันมากกว่าการเผชิญโลกความจริงแสนจะโหดร้าย ชีวิตหลังสงครามที่แสนจะทุกข์ทรมาน
              ในโลกแห่งจินตนาการ เธอได้พบกับตัวแพน(ในเรื่องนี้เรียกว่า ฟอน) ฟอนบอกกับเธอว่า แท้จริงแล้วนั้นเธอไม่ใช่ลูกของมนุษย์ หากแต่เป็นธิดาที่หายสาปสูญไปของพระราชาและราชินีผู้ครองโลกใต้พิภพ เพื่อที่เธอจะได้กลับไปอยู่กับพระบิดาของเธอดังเดิม เธอจะต้องปฏิบัติภารกิจ 3 อย่าง

    Photobucket

               เราชอบเรื่องนี้มาก แต่ว่าค่อนข้างจะโหดไปนิด แต่สำหรับเราแล้วความโหดไม่เป็นปัญหา เหอๆ เพราะชอบดูหนังโหดอยู่แล้ว โดยรวมแล้วถือว่าเรื่องนี้ดีมากเลยหละ ทั้งฉาก ทั้งบท ทั้งนักแสดง และเรื่องก็จบได้....น่าสงสารจริงๆ

    December 28

    มื้อแรกของวันด้วยขนม 5 บาท

    มื้อเช้าวันนี้(และหลายวันมาแล้ว)

    มื้อขนม 5 บาท
                มื้อเช้าวันนี้ทีวีได(รัก)แร้ขอเสนอ...เมนูได้คุณค่าและพลังงานจาก "ซองขนม 5 บาท" (แต่พอรวมๆกันแล้ว แม่_! แพงก่าข้าว 1 กล่องอีก) แต่รับรองไม่มีผงชูรส เหอๆ เพราะถ้ามีล่ะก็ แดรกกันไม่ลงทีเดียว อ่ะนะมาดูส่วนประกอบอันแสนเน่ากันดีกว่า

    ส่วนผสม
    1. ซีเรียล 1 ซองเล็ก เลือกรสไดก็ได้ เพราะถ้ากินไม่ได้ขึ้นมา มันจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ท่านจะตักกินในชามของท่าน เราเลือกเนสเล่ไมโล กร๊ากกกกก...(5 บาทละนะ)
    2. ถั่ว(ถั่วถุงอ่ะ ซองละ 5 บาท ของเราเลือกถั่วที่มี 3 แบบในซองเดียว ได้คุ้มดี กินไปจะได้ไม่เบื่อมาก) ธัญพืชช่วงเสริมพลังงานในการทำงาน และความเน่า(เพราะมันเป็นธัญพืชอบเกลือ อิอิ)
    3. เม็ดทานตะวัน ของเราเลือกตราซันแสน็ก ราคา 5 บาท เพราะมันแกะเปลือกมาให้แล้ว 555+ สบายเรา และที่สำคัญมีรสให้เลือก 4 รส คือ ต้นตำหรับ พิซซ่า สาหร่าย(อีกรสนี่รสไรหว่า??) สำหรับมือใหม่ แนะนำรสต้นตำหรับนะจ๊ะ ประเดี๋ยวจะแดรกไม่ลง เหอๆ ถ้ากระเพาะแข็งแล้วก็รสอื่นๆได้ตามอัธยาศัย เราเลือกสาหร่ายเพราะสาหร่ายมีประโยชน์(ป่าวหรอก ทั้งร้านเหลืออีนี่ตัวเดียว)
    4. กล้วยอบน้ำผึ้ง อันนี้ของเราซองละ 10 บาท แต่กินได้หลายมื้อ เพราะเอามาใส่นิดๆหน่อยๆพอเป็นกระสัย ซองนึกกินได้ประมาณ 5 - 6 มื้อ ก็ประมาณมื้อละ 2 บาท
    5. นม อันนี้ตามชอบเลย นมหมานมแมวอะไรก็ว่ากันไป แต่ใครอุตริใส่นมข้นหวานนี่ก็อ่ะนะ กระเพาะท่านคงทำด้วยคาร์บอนชนิดพิเศษ อ้อ!! อันนี้ไม่ 5 บาท มีตั้งแต่นมเปรี้ยว 7 บาท ยันนมข้นหวาน 24 บาท โดยประมาณ(บอกแล้วนะ แล้วแต่ใครจะอุตริใส่นมข้นหวาน) อันนี้เราเลือกนมพร่องมันเนยกระป๋องหมี 12 บาท(ถ้าซื้อเป็นแพ็คถูกลงตั้ง 12 บาท คราวหลังซื้อยกแพ็คดีก่า)
    6. ผลไม้ อันนี้ชอบอะไรก็ใส่อันนั้นเลย ของเราเราเลือก มะพร้าว ( = =;) ทำไมน่ะรึ เพราะในมหาลัยมันไม่มีอะไรขายอ่ะ ตอนจะปิดเทอมเนี่ย ตอนแรกว่าจะใส่สตอเบอรี่กะแอ๊ปเปิ้ล ดันเหลือแต่มะพร้าวกะมะม่วง จะใส่มะม่วงก็กะไรอยู่ เอามะพร้าวละกัน อันนี้ 10 บาท

    วิธีผสม
    1. เตรียมชาม 2 ใบ(ใส่อาหารใบนึง แยกน้ำมะพร้าวใบนึง) ช้อน 1 คัน ลิ้น 1 อัน และบัตรโรงพยาบาล(เอาไว้ข้างกาย)
    2. แกะซองขนมทุกอย่าง
    3. แกะมะพร้าว เอาแต่เนื้อ น้ำไว้ดื่มแก้กระหายน้ำ = = หั่นเนื้อมะพร้าวเป็นเส้นพอดีคำ(รึถ้าชอบความลำบาก(กว่าเดิม)ก็ใส่มันทั้งชิ้นใหญ่ๆเลย)
    4. เททุกอย่างรวมกัน คน
    5. แดรก!!!!

    ปล. ไม่มีภาพให้ดูเน้อ เพราะหลังจากที่แดรกไปได้ครึ่งถ้วย ก็เพิ่งสำเหนียกได้ว่า ทำไมตูไม่ถ่ายรูปไว้ด้วยฟะ กะความเน่าของมื้อนี้

              รสชาติก็...อ่ะนะหวาน(มะพร้าวและซีเรียล) มัน(ถั่วทั้งนั้น) เค็ม(เกลือถั่วและสาหร่าย) หอมหุยฉุยฉายด้วยกลิ่นสาหร่าย กินเสร็จ ฮ่า....อิ่ม(ถ้าไม่อิ่มให้ดื่มน้ำมะพร้าวต่อ รับรองอิ่มจนแทบอ้วกแตก = =) ส่วนเรื่องหลังจากนี้....ตัวใครตัวมัน วิ่งหาห้องน้ำกันเอาเอง ฮี้วววววว....

    ปล.2 รวมทั้งสิ้น 39 บาท แม้จะได้ความสนุก สะจาย และความเน่าไปในตัว ตามมาด้วยความแกรบ = =; แต่ยังไงเช้าๆที่มหาลัยก็ไม่มีอะไรขายอยู่ละ ฮุฮุ
     

    SK.Sil_M2 บุคคลผู้เอาแ่น่เอานอนไม่ได้

    SK.Sil_M2

              ขนาดตัวเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลย

    รู้ตัวมั้ยทำอะไร?         
    รู้สิ...เรารู้         

              เหมือนเกิดความขัดแย้งในตัวเอง

    เป็นคนหลายบุคลิคเหรอ?         
    ป่าวนะ เราเชื่อว่าเปล่า         

              แล้วทำไม...

    เพราะเรามัน...ไม่รู้สิ!         
    แล้วแต่อารมณ์         

    คนขวางโลก

    December 26

    แปะ P' อุ้ย

    แปะ P' อุ้ย
              แปะ P' อุ้ย เวอร์ชั่นดีซ่านนนนน...
              เหอๆ พี่อุ้ยตัวจริงเขาออกจะน่ารัก แต่เราทำซะน่ารักออกหมดเลย เหลืองเป็นข้าวหมกไก่เชียว แง๊!!! นู๋ม่าได้ตั้งใจ เค้าพยายามให้ผิวมานชมพูแล้วนะ แต่เค้ากลัวว่ามันจะชมพูมากไปง่ะ เค้าเลยเล่นซะเหลืองเยย เหอๆ อ่ะนะ แต่ก็ทำออกมาได้ดูเป็นคนกว่าที่คิดไว้เยอะเยย ส่งให้พี่ชายดู พี่ชายบอก "แกไปลงเงาที่ข้อเท้าทำไมฟะ เหมือนก้านไม้เลย" ง่ะ ก็เค้าเห็นในรูปจริงก็มีเงาง่ะ(เพียงแต่น้อยกว่า) อ่ะนะ หนุกหนานๆ(ถ้าคะแนนออกมาแล้วจะยังหนุกหนานอีกมะเนี่ย เหอๆ ได้หน้าซีดหน้าเหลืองยิ่งกว่าภาพพี่อุ้ยแน่เลย) เอ้า!ว่าแล้วก็แปะซะเลย

    Photobucket

              วันนี้แม่โทรมาด้วย โทรมาตอนเที่ยงยี่สิบ เย้ๆ ดีใจมากเยย เพระาปกติแม่ไม่ค่อยจะโทรมา ส่วนใหญ่จะเป็นเราโทรไปซะมากก่า คิดถึงแม่จังคิดถึงพี่น้อง คิดถึงบ้าน คิดถึงเจ้าตัวเล็กตัวน้อย ใกล้จะได้กลับแย้ว เย้ๆ
              แม่ถามว่าจะกลับยังไง เราบอกแม่ไปว่ากลับรถตู้ แต่ที่จริงเราอยาหใก้พี่มารับนะ อยากเอาคอมพ์กลับไปทำงานด้วย แต่คิดว่าไม่ดีก่า ไปตายเอาดาบหน้ายืมคอมพ์พี่ใช้ เหอๆถ้าพี่ไม่ได้ใช้อ่ะนะ อิอิ คุยกะแม่ได้แปปเดียวเอง ไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกว่าแม่โทรมาตอนเวลางาน แค่แม่โทรมาก็ดีใจแย้ว และดีใจมากๆแม่บอกว่า "สอบเสร็จแล้วรีบกลับนะ คิดถึง" ไหมก็อยากจะรีบกลับ แต่เราต้องสอบจาว่าก่อน เผชิญกับสนามรบด่านสุดท้าย ไม่รู้งานนี้จะตายในหน้าที่รึเปล่า เหอๆ
    December 23

    บะหมี่ห่อ

    บะหมี่ห่อ
              บะหมี่เส้นเหลืองเหนียวนุ่ม โปะหน้าด้วยหมูแดง เคียงข้างด้วยผักกวางตุ้งเขียวสด แล้ว....มันมีอะไรแปลกรึไง? มีอะไรแปลกล่ะถึงเอามาเขียนเนี่ย เอ่อ...ก็...อ่ะนะ ก็ไม่มีอะไรแปลกนิ แค่อยากเขียนอ่ะ
              นึกถึงสมัยเด็กๆ ตอนที่เรายังอยู่ที่จันทบุรี  ผ่านมา 8 ปีได้แล้วมั้ง ตอนนั้นยังเรียนอยู่โรงเรียนประถมอยู่เลย บ้านเราจะอยู่ใกล้โรงเรียนมาก ทำให้เราไปโรงเรียนสายทั้งๆที่ตื่นเช้าได้ทุกวัน 555+ เขาว่ากันว่าคนบ้านใกล้โรงเรียนมักไปเรียนสาย ท่าทางจะจริง! ต่อๆๆ แล้วที่ข้างโรงเรียนเราจะมีร้านขายข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง บะหมี่เหลือง(ทำไม 3 อย่างนี้มันต้องอยู่ด้วยกันด้วยฟะ รัก 3 เศร้ารึไง = =) เวลาเราไปสั่งเขาก็จะทำให้เรา แล้วก็ห่ออาหารด้วยกระดาษ แล้วมันยังไงล่ะ??? ก็ไม่ยังไงหรอก แค่วันก่อนเราไปซื้อบะหมี่แห้งที่หลังมหาวิทยาลัยมา แล้วเขาใส่ห่อกระดาษให้ ว้าว ว้าว หวาว....มันเลยทำให้เรานึกถึงสมัยเด็กๆน่ะ เพราะตอนย้ายมาชลบุรี เจอแต่บะหมี่ใส่ถุงพลาสติก เรารู้สึกว่าบะหมี่ห่อกระดาษอย่างงี้กินแล้วได้อารมณ์บะหมี่มากก่า อิอิอิ ชอบจัง ไว้คราวหลังสั่งมากินที่ห้องอีกดีก่า อยากเจอห่อกระดาษ

    December 22

    รัก คือ...

    ความรัก...รัก คืออะไร??

    "รักคืออะไรที่ในใจเจ้า
    รักคือความเศร้าศัลย์โศกนักหนา
    รักคือความแค้นยากแสนอุรา
    รักคือรักษาประคองใจคน"
    โดย SK.Silky_Master2

             
    ทำไมนะ ทำไมอยู่ดีๆก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเขียน เราเองก็ไม่ค่อยเข้าใจในตัวเองเหมือนกัน ที่จริงเราคิดว่าตัวเรานี้ไม่มีสิทธิที่จะเขียนในเรื่องนี้ แต่พอดีกำลังหาภาพไปทำงานดิจิตอลอยู่ แล้วก็มาเจอบทความเล็กๆนี้เข้า อ่านแล้วก็รู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ทุกอย่างบนโลกนี้ไม่ได้เป็นตามที่เราอยากให้เป็นเสมอไป และเราจะได้รับรู้บทเรียนต่างๆมากมาย หลังจากที่เราต้องสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยเห็นว่า"สำคัญ" นี่คือสิ่งที่เรายึดถือมาตลอด ทว่ากลับปล่อยให้บทเรียนเหล่านั้นคอยตามสอนเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
              อ่ะนะ ลองอ่านบทความกันดู

               อย่าไปค้นหาความรัก ...
               ปล่อยให้ความรักค้นพบคุณเอง
               นั่นแหละถึงจะเรียกว่าตกหลุมรัก
               เพราะคุณไม่ได้บังคับตัวคุณให้เป็นไป แต่มันเป็นไปเอง 

               เมื่อคุณยอมรับใครบางคนในตัวตนและสิ่งที่เขาเป็น
               คุณจะประหลาดใจเมื่อเขาดีกว่าที่คุณคาดหวังไว้มาก
               ความรักคือการรักและยอมรับในทั้งข้อดีและข้อเสียของเขา 

               โชคดีคือผู้ชายได้เป็นคนรักคนแรกของผู้หญิง
               ที่โชคดีกว่านั้นคือผู้หญิงได้เป็นคนรักคนสุดท้ายของผู้ชาย

               คุณจะได้รับรู้ว่าคนๆ หนึ่งมีความหมายกับคุณมากเพียงไร
               ก็เมื่อคุณตื่นขึ้นและพบว่าคุณได้สูญเสียใครคนนั้น
               ที่คุณเคยคิดว่าไม่มีความหมายกับคุณเลยไปเสียแล้ว 

               รักคือการมองตัวคุณผ่านสายตาของคนอื่น
               และค้นหาตัวคุณในหัวใจของคนนั้น
               เมื่อคุณรักแล้ว คุณก็จะรักตลอดไป
               สำหรับสิ่งที่คุณอาจจะคิดหลบหนี
               แต่หัวใจคุณเก็บมันไว้ตลอดเวลา 

               การปล่อยมันไปไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะเหนี่ยวรั้งไว้ก็ยากเย็น
               ความเข้มแข็งไม่ได้วัดที่ว่าสามารถเหนี่ยวรั้งมันไว้
               แต่อยู่ที่สามารถปล่อยมันไปต่างหาก

               ผู้ชายพร้อมที่จะเสียสละความรักเพื่อจะได้ปกครองโลก
               แต่ผู้หญิงพร้อมที่จะตัดใจจากโลก
               เพื่อที่จะได้อยู่กับคนที่มีค่าพอให้เสียสละ 

               มันปวดใจเมื่อได้เห็นคนที่คุณรักมีความสุขอยู่กับคนอื่น
               แต่มันจะเจ็บปวดกว่าที่ได้รู้ว่าเขาไม่มีความสุขเลยเมื่ออยู่กับคุณ


    ที่มา : http://www.tamdee.net/db/forum_posts.asp?TID=1140

    December 18

    Potrait Myself

    แปะ!!! งาน Digital Painting
              แปะผีร็อค เอ้ย! ไม่ใช่ละ ผีรงผีร็อคที่ไหน เอาภาพที่ถ่ายตอนปี 1 กะเพื่อนมาแปะต่างหาก แต่เป็นภาพที่เพนท์แล้วนะ เหอๆ หน้าอ้วนไปเยอะเลย ปกติในรูปถ่ายก็ไม่เหมือนตัวจริงอยู่ละ พอเพนท์ปุ๊บ ไม่เหมือนตัวจริงหนักกว่าเดิม
     

    Photobucket

              555+ สงสัยต้องพยายามให้มากก่านี้ แต่ความขี้เกียจนี่สิคอยเกาะกิน เหอๆ(อ้างไปนั่น ฝีมือไม่ถึงอ่ะจิ งิงิ ฮือ....) คราวต่อไปทำงานฟิกเกอร์ TT^TT เมื่อไหร่เขาจาได้วาดการ์ตูนอ่า...

    December 16

    ไม่มีวันวาน

    วันวาน
            
             คิดถึงวันวาน คิดถึงวันเก่า
                              
                               อยากกลับไป ย้อนกลับเป็นตัวเรา

                                                 แต่ความโง่เขลา ทำให้เราปฏิเสธวันวาน...

                                       
    ลาก่อนตัวฉัน จงหลบลี้ภายในหน้ากากเหล็กนี้......

    December 05

    แปะ จอห์นนี่ เด๊ด(ไม่ใช่จอหนนี่ เด๊ปป์)

               ฮ่า...แปะงานดิจิตอลเพนท์ที่ส่งไป ตอนแรกว่าจะวาดรูปเพื่อนเราซะหน่อย เพราะหน้ามันออกจะเกาหลี แต่เราวาดไปวาดมาแล้วมันดันออกมาเป็นเกาเหลา หน้ายาวกว่าของจริง แถมออกมากลายเป็นการ์ตูนมากเกินไปอีกต่างหาก เหอๆ เห็นแล้วอนาถแท้ เลยลองหาภาพใหม่มาวาด เลยได้ภาพของ Sweeney Todd มา นำแสดงโดย Johnny Depp หรือที่เรารู้จักกันในนามแจ็ค สแปโรล์ จาก Pirate of the Caribbean ว่าแล้วก็เอามาลงสีด้วยความมั่วนิ่ม เหอๆ ทำไมก็เบื่อไ เบื่อไปเบื่อมา นั่งแดร็กหนมเฉยเลย กร๊ากกกกกกกกกกก....= = เวงกรำ แต่ก็ทำเสร็จในเวลาแปปเดียว ซึ่งาน...
    .............................................
    ..............................
    ...............
    ....ออกมาเน่าคร่ะ = =

    Photobucket

    กระซิก กระซิก แล้วอย่างงี้ฉานจะผ่านวิชานี้มะเนี่ย
    เขาอยากเรียนคาแร็คเตอร์ดีไซน์นะ(แต่สองวิชานี้มันต้องมาคู่กันง่ะ งิงิ กระซิกๆ)

    December 02

    FFXI แฝงตัวใน...Gundam & FMA


    กำลังเซิร์จหาคำว่า่GUNDAM อยู่ดีๆก็เจอนี่!!!
    อนาถแท้ แต่ก็ฮาดี เหอๆ

         
         
    November 30

    นางฟ้าของอัศวิน

    นางฟ้าของอัศวิน

         
    อัศวินพบรักกับนางฟ้าในค่ำคืนงานฉลอง
    น่าเศร้าที่ทั้งคู่ได้รับรู้ว่าต่างฝ่ายต่างต้องเป็นศัตรูกัน
    สุดท้ายความรักด้องห้ามจบด้วยน้ำตา
    อัศวินอำลานางฟ้าด้วยยาพิษ ขณะที่ลูกตะกั่วฝังลงไปในความทรงจำของนางฟ้า
    นับจากนี้ อัศวินและนางฟ้าคงได้อยู่ด้วยกันตราบนิรันดร์

    Romeo & Juliet
    ละครโศกนาฏกรรมของเช็กสเปียร์