Sk.Silky's profileSilky_M2 ~:[ Finding You...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 25

    เพื่อน/Tim Burton Again

    เพื่อน
             
                                                                 เพื่อนเอ๋ย ก่อนเคยเดินทางร่วมฝัน
                                                       เส้นทางสายนั้นเดินด้วยกัน
                                                       ฟันฝ่าสร้างสรรค์ ร่วมทาง
                                                       เพื่อนเอ๋ย ก่อนเคยนั่งลงเคียงข้าง
                                                       เป็นห่วงเป็นใยไม่จืดจาง
                                                       บ่นทุกข์ท้อบ้าง แต่ไม่ห่างไกล
                                                       เพื่อนเอ๋ย ก่อนเคยช่วยกันคว้าไขว่
                                                       สองเท้าก้าวพร้อมกันไป
                                                       มือเกี่ยวก้อยไว้ จับกัน
                                                       เพื่อนเอ๋ย ก่อนเคยสุขสันต์
                                                       เธอฉันสร้างสิ่งอัศจรรย์
                                                       พันธะเรานั้นตลอดกาล
                                                       เพื่อนเอ๋ย เหตุใดเราจึงหักหาญ
                                                       บูดเบี้ยวใส่กันทำพาล
                                                       หมางเมินหยาบกร้าน ปวดอุรา
                                                                 เพื่อนเอ๋ย เพื่อนจำได้ไหม
                                                       วันเก่าพวกเรานั้นไง
                                                       ช่างสุขสดใส เธอไม่มองมัน
                                                       เพื่อนเอย เช่นนี้หรือเพราะตัวฉัน
                                                       ตัวฉันไม่ดีหรือไรกัน
                                                       เหตุใดเธอนั้นไม่นั่ง พูดคุย
                                         เพื่อนเอ๋ย รู้มั้ยต้องระทมทุกข์       ความสุขที่มีเลือนหาย
                               เว้าวอนว้าเหว่เดียวดาย                        ห่างกายห่างใจห่างกัน
                               เพื่อนเอ๋ยหากมันมิเป็นเพียงฝัน              อีกครั้งได้ไหมพูดคุยพลัน
                               เธอลองนั่งลงข้างข้างฉัน                     ผิดใจอะไรนั้นบอกที
                               ขอเถิด ขอนะ คนดี                             ก่อนเวลาผันผ่านจากนี้
                               ช่วยปรับความเข้าใจที่มี                       เพราะฉันนี้ไม่อยากเสียเธอไป
                           
    โดย SK.Sil_M2/Silky_M2

              ดีแล้วหรือที่เราปล่อยให้เวลาผันผ่านไปเช่นนี้ ฉันเห็นพวกเขาผิดใจกัน เฉกเช่นเดียวกับในอดีตของฉัน รู้สึกปวดใจแทน เสียดายสิ่งที่พวกเขาทิ้งไปกับกาลเวลา เช่นเดีียวกันกับที่ฉันทิ้ง เพราะพวกเขาทำเหมือนฉัน แต่ตัวเอกของเรื่องเหล่านั้นไม่ใช่ฉัน ฉันจึงเสียดาย ฉันเป็นเพียงผู้ที่เฝ้ามองดูพวกเขาอยู่ภายนอก ฉันก็พูดได้ หากแต่เป็นตัวของฉันเองแล้ว เขากับฉันคงไม่ต่างกัน เพราะอะไรนั้นหรือ?? อย่าเลย ฉันจะไม่บอกว่าเพราะใคร แต่มันเป็นเพราะตัวฉัน ตัวฉันไม่กล้าที่จะเดินไปเปิดประตูบานนั้น เพราะกลัวเหลือเกินที่จะได้พบเจอกับเสียงร้องโห่ฮา กลัวที่จะต้องพบว่าสิ่งที่คาดหวังไว้ไม่เป็นจริง ตัวฉันจึงปล่อยให้เวลาผ่านไป ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมา ทั้งรู้ทั้งเสียดาย และทั้งเข้าใจพวกเขา เพราะมันคงไม่ต่างกับฉัน


    Tim Burton Again

    Alice In Wonderland

    PhotobucketPhotobucket

              หนังอีกเรื่องหนังของทิมเบอร์ตัน กรี๊ดดดดดดดดดดด....อยากดูมาก อยากดูสุดๆ งานนี้เฮียจอห์นนี่ เดปป์ ก็ตามป๋าทิมไปเล่นอีกแว้ว อ้ากกกกก...เมื่อสองไอดอลของเรามาจับมือกันอีกครั้งแล้วจะให้เราพลาดได้อย่างไร อยากดูมาก โอ้เลือดพุ่งปรี๊ดดดดดดดดดด....ตอนนี้เราอยากสะสมผลงานทุกเรื่องของทั้งสองคนนี้เลยเชียวหละ ขาดแต่ไม่มีงบประมาณ(ที่จริงก็มีนะนี่ แต่ความเกลือทะเลมันติดคอ เหอๆ เลยไม่ได้สะสมซะที)


    November 30

    นางฟ้าของอัศวิน

    นางฟ้าของอัศวิน

         
    อัศวินพบรักกับนางฟ้าในค่ำคืนงานฉลอง
    น่าเศร้าที่ทั้งคู่ได้รับรู้ว่าต่างฝ่ายต่างต้องเป็นศัตรูกัน
    สุดท้ายความรักด้องห้ามจบด้วยน้ำตา
    อัศวินอำลานางฟ้าด้วยยาพิษ ขณะที่ลูกตะกั่วฝังลงไปในความทรงจำของนางฟ้า
    นับจากนี้ อัศวินและนางฟ้าคงได้อยู่ด้วยกันตราบนิรันดร์

    Romeo & Juliet
    ละครโศกนาฏกรรมของเช็กสเปียร์


    February 15

    เจอกับตัวเอง...ถึงรู้

    เจอกับตัวเอง..ถึงรู้
    ซาร่า


    มองคนอ่อนแอ และมองคนร้องไห้ บางคนปวดใจกับรักที่มี บางคนทุ่มเท ทุ่มใจให้เต็มที่ ไม่เห็นว่ามีอะไรคืนมา

    ฉันแค่อยากถาม สิ่งที่ทำนั้นเพื่อใคร ที่ทำลงไปเหน็ดเหนื่อยบ้างไหม

    เพื่อคำว่ารักแล้ว อะไรก็ยอมทนเพื่อบางคนอะไรก็ยอมทำ ทุ่มเททุกอย่าง/ฉันทำเพื่อเธอ ทำเพื่อคำว่ารัก

    แต่หากว่ารักแล้วไม่มีอะไรดี และนานไปไม่ได้อะไรขืนรักไปทำไม จะอดทนไปทางไหน ไม่เข้าใจ

    จนมาเจอะเธอ ที่ทำฉันร้องไห้ ทำให้ปวดใจกับรักที่มีฉันเลยทุ่มเท ทุ่มใจให้ทันที ที่เห็นก็มีแต่รอยน้ำตา

    รู้เลยตอนนี้ สิ่งที่ทำให้สู้ทน อยู่กับบางคนอย่างมีความหวัง

    ต่อให้เมื่อรักแล้วไม่มีอะไรดี นับเป็นปีไม่มีอะไรคืน ฉันยังทนไป เจอะกับตัวถึงรู้ ถึงเข้าใจ
     
           
     
    เพลงนี้เก่ามากแล้วนะ
    ของซาร่า แต่เราก็ยังชอบอยู่
    เพราะมันคือสิ่งที่เราเจอบ่อยๆ กับคนรอบตัวเรา หรือบางทีก็กับตัวเอง(= =!)
    ทำไมนะ ทำไมคนมากมายจึงยอมอดทนกับคนที่พวกเขารักนัก
    พยายามยืดเยื้อความทุกข์ที่มากมาย พยายามรอคอยความสุขที่มีอยู่น้อยนิด
    เพียงเพราะคำว่ารักตัวเดียว
    บางครั้ง...
    เราเคยคิด เขาจะอดทนไปทำไม เราไม่เคยดีสำหรับใคร
    แม้กระทั่งในสายตาของตัวเอง...
    แล้วเขา...จะทนไปเพื่ออะไร...
     
    เราไม่เคยเชื่อมั่นในคำว่า...รัก
    รักคืออะไร? ถ้ารักนั้นไม่ใช่รักที่มาจากครอบครัวของเรา
    ความรักที่ต่างออกไป ไม่ใช่รักครอบครัว ไม่ใช่รักพี่น้อง ไม่ใช่ญาติโกโหติกา
     
    แม้ปัจจุบันนี้เราก็ยังคิดอย่างนี้อยู่
    แล้วก็พยายามค้นหาเหตุผล
    ค้นหา...
    ค้นหา......
    ค้นหา........
    ค้นหา...........
    ค้นหา.............
    ค้นหา................
    ..........................บางที....มันอาจจะเป็นอะไรที่มีเหตุผลก็ได้(มั้ง)
     
    ปล. วันนี้นายทหารกับจ่าไม่อยู่ ไปประจำการที่ชายแดน
     
               IMG0090A          ถ่ายเมื่ออาทิตย์ก่อน
     
    ปล.2 ชอบผมทรงนี้จัง แต่มันอยู่ได้แค่ตอนเราตื่นนอน พออาบน้ำ มันก็หายไปแล้ว = =
     
    January 07

    เด็กหญิงโชคร้าย กับเด็กชายหัวขาด

    เด็กหญิงโชคร้าย กับเด็กชายหัวขาด
     
              อากาศสลัวๆ หากแต่ยังมีแดดอ่อนๆ สายลมพัดแรงพอประมาณ
              บนทางเล็กๆเรียบๆ ดินสีแดงแห้ง มีต้นไม้ขนาดย่อมสูงเลยหัวผู้ใหญ่ไปไม่มากอยู่ต้นหนึ่ง หากเอาต้นไม้ต้นนี้เป็นศูนย์กลาง เราอาจพอจะพูดได้ว่าทางน้อยๆเส้นนี้นั้น ด้านหนึ่งทอดคดเคี้ยวเลาะเรื่อยไปทางทิศเหนือ อีกด้านทอดลงไปทางทิศใต้
              ต้นไม้ต้นย่อมๆ ย่อมจะมีเงาอันย่อมๆ 
              ในร่มเงาอันย่อมๆนี้มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั่งหัวขาดอยู่ 
              หัวที่ขาดนั้นก็ไม่ได้ไปไหนไกล มันยังอยู่ในมือของเด็กชายนั่นเอง เขาพลิกมันไปมา มองมันจนรอบด้าน แล้วก็ต่อมันเข้ากับคอของเขา ขยับไปขยับมาเพื่อให้มันเข้าที่ แต่ก็เหมือนว่ามันจะยังไม่พอดี เขาเอามันลงมาใหม่ พลิกซ้ายพลิกขวาอีกสองสามตลบแล้วก็เอาขึ้นไปบนคออีกครั้ง 
              “เธอทำอะไรอยู่น่ะ” เสียงเล็กๆใสๆถามขึ้นอย่างสนใจ เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองอย่างรวดเร็ว แต่ว่ามันคงเร็วไป หัวของเขาเลยตกลงจากคอกลิ้งออกไปพ้นเงาร่มไม้ เขาหันซ้ายหันขวา กางแขนออกคลำไปรอบๆ 
              “อ้ะ อยู่นี่” มือน้อยๆข้างหนึ่งช้อนหัวของเด็กชายขึ้นมาและยื่นให้ เด็กชายพึมพำขอบใจก่อนวางหัวไว้บนคออย่างระมัดระวัง 
              คราวนี้เด็กชายค่อยๆเงยหน้าขึ้นอย่าช้าๆ เพื่อไม่ให้หัวหลุดตกลงไปอีก เขาเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งรูปร่างไล่ๆกันกับเขา หน้าซีด ตากลมเศร้ามีแววว่าเคยร่าเริง 
              มือซ้ายของเธออุ้มแมวดำตัวหนึ่งไว้แนบอก 
              “เธอทำอะไรอยู่น่ะ” เด็กหญิงถามย้ำคำถามเดิมที่เด็กชายยังไม่ได้ตอบ 
              “ฉันกำลังพยายามต่อหัวตัวเองให้เข้าที่น่ะ” 
              “สำเร็จไหม?” ถามไปแล้วเด็กหญิงจึงนึกได้ว่าไม่น่าถาม เพราะถ้าสำเร็จมันคงไม่หล่นกลิ้งขลุกขลักต่อหน้าต่อตาเธออย่างเมื่อตะกี๊หรอก.. 
              “ไม่สำเร็จ” เด็กชายยังคงตอบคำถามที่ไม่น่าถามนั้น “มันไม่เคยสำเร็จหรอก บางที มันอาจไม่มีวันสำเร็จด้วยซ้ำ”
    คราวนี้เด็กหญิงดูจะระวังในคำถามมากขึ้น เธอนิ่งคิดอยู่พักหนึ่งค่อยเอ่ยปาก “ทำไมล่ะ ?” 
              “ก็เธอเคยเห็นคนที่หัวขาดต่อหัวตัวเองกลับเข้าไปสำเร็จไหมล่ะ?” 
              “ ไม่เคย..” 
                “ฉันก็ไม่เคยเหมือนกัน” 
                “แต่นั่นมันก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะต่อหัวตัวเองกลับเข้าไปที่เดิมไม่ได้สักหน่อย” 
                “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ”
    เด็กชายถอนหายใจ “มันก็บอกอะไรได้หลายๆอย่างไม่ใช่รึ?”           
                “เช่น ?” 
                “เช่นการต่อหัวตัวเองกลับเข้าที่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ” 
              เงียบงันกันไปพักหนึ่ง.. ก่อนที่เด็กหญิงจะเอ่ยถามขึ้นมา “เธอรู้ไหมใครเดินเรือรอบโลกได้เป็นคนแรก” 
                “ไม่รู้” 
                “เธอรู้ไหมใครที่สร้างเครื่องบินได้เป็นคนแรก” 
                “ไม่รู้” 
                “งั้นเธอรู้ไหม ใครคือคนแรกที่วิ่งร้อยเมตรได้ด้วยเวลาต่ำกว่าสิบวินาที” 
                “ไม่รู้” 
                “อื้อ ฉันก็ไม่รู้” 
              “อ้าว” เด็กชายเริ่มงง “งั้นเธอถามฉันทำไม ในเมื่อเธอเองก็ไม่รู้” 
              “อย่างน้อยฉันก็รู้แหละน่า ว่านายที่ฉันถามมาทั้งสามอย่างมีคนทำได้แล้วจริงๆ แค่ฉันไม่รู้ชื่อคนที่ทำได้คนแรกแค่นั้นเอง” 
                “ไอ้ที่เธอรู้ฉันก็รู้น่า” 
                “อย่างนั้นเธอก็คงรู้ใช่ไหม ว่าทุกอย่างต้องมีคนแรกที่ทำมันสำเร็จเสมอ” 
                “บางที”
    เด็กหญิงพูดต่อ “ถ้าวันข้างหน้ามีคนถามฉันว่าใครคือคนแรกที่ต่อหัวตัวเองกลับเข้าที่ได้สำเร็จ ฉันอาจตอบเขาได้ว่า คนก็นั้นคือเด็กชายที่ฉันพบใต้ร่มไม้ระหว่างการเดินทางไงล่ะ” 
              เด็กชายยิ้มแล้ว
              “แมวดำที่เธออุ้มนั่นชื่ออะไร?” 
                “มันไม่มีชื่อหรอก” 
                “ทำไมล่ะ” 
                “มันตายแล้ว สิ่งที่ตายแล้วไม่มีชื่อ”
    เด็กชายเพิ่งสังเกตว่าแมวตัวนั้นมันตายแล้วจริงๆ มันนอนนิ่งตัวแข็ง ตาเผยอเพียงเล็กน้อยพอเห็นตาขาวๆ 
              “แต่ที่ฉันเคยเห็น ตามสุสาน มีแต่คนตาย แต่ทุกคนก็มีชื่อ” 
                “นั่นเป็นชื่อก่อนที่เขาจะตายต่างหาก ชื่อของเขา เรื่องราวของเขาที่ใครๆจดจำได้ ล้วนแต่เป็นเรื่องราวตอนที่เขายังมีชีวิตทั้งนั้น พอเขาตาย เขาไม่มีชื่อ ไม่มีเรื่องราว มีแต่อดี” 
                “ถ้าอย่างนั้น อดีตของแมวตัวนี้ชื่ออะไร” 
                “ฉันเรียกมันว่าความรัก แต่คนอื่นอาจเรียกมันด้วยชื่ออื่น” 
                “มันตายแล้ว ทำไมเธอยังไม่ทิ้งมันไปล่ะ” 
              มีคนๆหนึ่งยกมันให้กับฉัน ตั้งแต่วันที่ฉันได้มันมา ฉันก็ไม่สามารถสลัดมันทิ้งไปได้ ไม่ว่าฉันจะชอบหรือไม่ชอบก็ตามที” 
                “มันตายมานานหรือยัง ?” 
                “ไม่รู้”
    เด็กหญิงส่ายหน้า ตอนที่ฉันได้มองมันชัดๆมันก็ตายแล้ว บางที..มันอาจตายมาตั้งแต่แรกก็เป็นได้” 
                “แล้วคนอื่นๆเขาไม่รังเกียจเธอหรอกรึ ที่เธออุ้มซากแมวดำเดินไปไหนมาไหนน่ะ” 
                “แย่กว่านั้นอีก นอกจากจะรังเกียจแล้ว พวกเขายังกลัวฉันด้วย เขาบอกว่า ฉันคือตัวโชคร้าย” 
                “โชคร้าย?” 
              “ใช่ ใครที่อยู่ใกล้กับฉัน จะติดโชคร้าย เขาคนนั้นจะถูกผู้คนรังเกียจเช่นกัน” 
                “แย่หน่อยนะ ที่เธอไม่สามารถทิ้งแมวดำนี่ไปได้” 
                “นั่นสิ ถึงฉันจะทิ้งก็ไม่มีใครยอมให้ฉันทิ้งหรอก” 
                “ทำไมล่ะ?” 
                “เพราะฉันคือตัวโชคร้าย และตัวโชคร้ายต้องมีแมวดำไงล่ะ”
    เธอสรุป 

              “ใครเป็นคนตัวคอเธอจนขาด ?” คราวนี้เด็กหญิงถามบ้าง 
              “ฉันเองแหละ ที่ตัดคอตัวเอง” 
              “งั้นรึ?” เด็กหญิงออกจะแปลกใจ 
              “อื้อ” 
              “เธออยากฆ่าตัวตายหรือ?” 
              “เปล่า ความคึกคะนองน่ะ” เด็กชายถอนใจอีกหน “ฉันรู้ว่า ถึงฉันจะตัดมันขาดฉันก็จะไม่ตาย ฉันไม่เคยลอง และไม่คิดว่าจะมีใครเคยลอง ก็เลยลองตัดดู” 
                “แต่พอฉันตัดมันออกมา ฉันก็พบว่าการต่อมันกลับเข้าที่เดิมนั้นยากกว่าตอนตัดออกเสียอีก” 
                “ต่อหน้าคนอื่น ฉันพยายามทำตัวปกติ วางหัวไว้บนคอ เอากาวบ้าง ผ้าบ้าง ยึดมันเอาไว้ด้วยกัน แต่มันก็ช่วยได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นแหละ” 
                “เวลาที่มันหล่นลงมา เวลาที่ฉันถือหัวในมือ ฉันถามตัวเองซ้ำๆเสมอ ว่าฉันตัดมันลงมาทำไม” 
                “เมื่อกี๊เธอเพิ่งบอกเหตุผลนั้นกับฉันเองนี่นา”
    เด็กหญิงพูดขัดขึ้นมา 
                “ใช่” เด็กชายยอมรับ “แต่มันไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอเลย ฉันพยายามหาเหตุผลที่ดีกว่านั้น” 
                “เธอน่าจะหาเหตุผลที่เธอว่าดีพออันนั้น ตอนก่อนที่เธอจะตัดมันนะ ไม่ใช่ตอนนี้” 
                “เธออาจพูดถูก”
    เด็กชายก้มหัวถอนหายใจ 

              “เธอจะไปไหน” เด็กชายถาม 
              “ลงไปทางใต้ หาที่ที่ฉันจะมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องมีใครรังเกียจหรือหวาดกลัว” 
              “แล้วทำไมต้องลงไปทางใต้ล่ะ ?” 
              “เพราะฉันมาจากทางเหนือไง” 
              เด็กชายครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งค่อยรู้สึกว่าคำตอบนี้เป็นคำตอบที่สมเหตุสมผล 
              “แล้วเธอล่ะ จะไปไหน?” เด็กหญิงถามบ้าง 
                “ฉันออกเดินทางเพื่อหาทางต่อหัวเข้าที่เดิมให้ได้น่ะ” 
                “เธอคงมาจากทางใต้”
    เด็กหญิงพูดพลางลูบหัวแมวดำของเธอเล่นไปมา 
                “งั้นเธอคงต้องขึ้นเหนือสินะ” 
                “ก็คงอย่างนั้นแหละ” 
              ทั้งสองเอ่ยคำร่ำลา และเตรียมออกเดินทาง จู่ๆเด็กชายก็พูดขึ้น 
              “ฉันคิดว่า ถ้าหากว่า.. แค่เธอโยนแมวดำตัวนั้นทิ้งข้างทาง เธอก็น่าจะเจอที่ที่เธอค้นหาได้ทันที เพราะจะไม่มีใครเรียกเธอว่าโชคร้ายอีกต่อไป ในเมื่อเขาไม่เห็นแมวดำในมือเธอ” 
              “แต่จะยังไงฉันก็คือตัวโชคร้าย และตัวโชคร้ายก็ต้องอุ้มแมวดำ” 
              เด็กชายมองหน้าเด็กหญิงนิ่ง 

              บางที เธอต่างหากที่ไม่ยอมทิ้งแมวดำตัวนั้นไป” “เธอต่างหากที่เรียกตัวเองว่าโชคร้าย และยินยอมให้คนอื่นเรียกเธอว่าโชคร้าย” เด็กหญิงเงียบงัน ไม่พูด ไม่ตอบ เนิ่นนาน กว่าที่เธอจะเอ่ยปาก.. 
                “เธอรู้ไหม ถ้าเธอไม่ขยับมันไปมา ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าหัวของเธอขาดออกจากกัน” “ถ้าเพียงเธออยู่นิ่งๆ ไม่ถอดมันเข้าออก หันซ้าย ขยับขวา มันก็ไม่ต่างอะไรกับหัวธรรมดาๆ” 
                “แต่ฉันก็รู้อยู่แก่ใจนี่ว่ามันไม่ได้เชื่อมต่อกัน สักวัน ก็ต้องมีคนพบความจริงข้อนี้” 
              เด็กหญิงมองลึกเข้าไปในดวงตาเด็กชาย ในนั้นเธอเห็นเงาตัวเองสะท้อนกลับออกมา 
              สักวันที่เธอให้อภัยในเหตุผลโง่ๆของตัวเอง เธออาจจะมองเห็น ว่าหัวกับตัวของเธอ มันยังเชื่อมต่อกันอยู่ ไม่ได้แยกขาดไปไหน” 
              “ดูเหมือนเราจะต่างเข้าใจปัญหาของอีกคนลึกซึ้งกว่าปัญหาของตัวเองนะ” เด็กชายพูดกลั้วหัวเราะ 
              “นั่นเป็นเรื่องปกติของคนเราอยู่แล้วไม่ใช่หรือ” เด็กหญิงพูดพร้อมกับรอยยิ้ม เธอยังพูดต่อไปอีกว่า “บางที กับปัญหาของเราเอง คำตอบเราก็รู้อยู่กระจ่าง แต่การรู้คำตอบก็เป็นเรื่องหนึ่ง การยอมรับคำตอบก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจต้องใช้เวลามากกว่าการหาคำตอบเสียอีก” 
              “อืมม” เด็กชายผงกหัวเห็นด้วย “ถ้าวันหนึ่ง เธอสามารถทิ้งแมวดำของเธอไปได้ เธอจะไปไหนต่อ?” 
              “ฉันคงย้อนกลับขึ้นเหนือ ความทรงจำบางอย่างของฉันอยู่ที่นั่น” เด็กหญิงตอบและย้อนถาม “แล้วเธอล่ะ จะไปไหนต่อ ถ้าเธอต่อหัวของเธอติดกับตัวได้” 
              “ฉันคงลงใต้” 
              “เพราะอะไร?” 
              “อืมม” เด็กชายเอาหัวลงมากอดไว้ที่อก “นี่.. บางที ระหว่างทางกลับ เราอาจได้เจอกันอีกหนนะ เธอว่าไหม?” 
              “ใช่ บางทีนะ บางทีเราอาจเจอกันอีก” เด็กหญิงพยักหน้าเห็นด้วย “แต่ว่าเธอยังไม่ได้ตอบที่ฉันถามเลย ว่าทำไมเธอจะลงใต้หลังจากที่เธอพบคำตอบที่ต้องการ” 
              “ฉันตอบเธอไปแล้วไง” เด็กชายวางหัวลงบนคอ ยกมือขึ้นโบกอำลาอย่างร่าเริง
    Credit : www.thaipoem.com

    ลองอ่านดูดีๆนะ เพราะเรื่องนี้มีข้อคิดที่เยอะมาก
    แล้วก็สะท้อนความเป็นจริงอยู่ด้วยในบางคำพูดของตัวละคร
    เป็นเรื่องนึงที่น่าสนใจทีเดียว

    นายทหาร 1 : จ่าครับ วันนี้มันมีสาระครับ
    จ่า : อืม....
    นายทหาร 1 : แล้วเอาไงครับจ่า
    จ่า : เอออออ....
    นายทหาร 1 : จ่าครับ.... จ่า... เออ... อืมมมม...